หมอหมากับยาใจ ตอน 1 August 20, 2008
7:37 am Posted by อัญชา in : นวนิยาย , add a comment1.ตายรัง
พุดกรองเข็นรถเข้าไปไว้ใต้ถุนบ้าน เมื่อเดินกลับออกมาก็อดมองไปรอบ ๆ ไม่ได้ บ้านของเธอเป็นหนึ่งในบ้านไม้สองชั้นไม่กี่หลังที่ยังเหลืออยู่ในละแวกนี้ เพื่อนบ้านส่วนใหญ่ขายที่ให้นายทุนเพราะราคาอันยั่วใจ สามสี่ปีให้หลัง หมู่บ้านจัดสรรจึงผุดขึ้นเป็นว่าเล่น มีเพียงที่ดินผืนเล็ก ๆ ไม่กี่ผืนที่ยังเหลือรอด
“พุดเอ๊ย กลับมาแล้วเหรอ”
เสียงป้านกเพื่อนบ้านร้องเรียกที่ริมรั้ว พุดกรองรีบเดินไปหาทันที
“มีอะไรจ๊ะป้า”
หญิงสาวโผล่หน้าผ่านช่องว่างของไม้ระแนงที่ผุพังจนเป็นช่องโหว่พอให้ข้ามไปอีกฝั่งได้โดยไม่ต้องอาศัยประตูรั้ว
“มีแกงเขียวหวานมาฝากจ้ะ เพิ่งทำเสร็จตะกี้เอง”
“ขอบคุณค่ะป้า” พุดกรองรับถ้วยแกงมาถือไว้ จานรองของป้านกทำให้เธอไม่ต้องสัมผัสกับความร้อนที่ขอบชามโดยตรง
“แล้วแม่เราไปไหนซะล่ะ”
“แม่อยู่บนบ้านจ้ะ สงสัยกำลังนับเงินอยู่”
“อ้อ งั้นให้แม่เรานับเผื่อป้าด้วยนะ งวดนี้เสียหวยไปหลายบาท”
พุดกรองอมยิ้มกับความเจ้าคารมของป้านกเพื่อนสนิทของแม่ เธอเห็นหน้าป้านกมาตั้งแต่จำความได้ แม่กับป้านกสนิทกันมาตั้งแต่รุ่นสาว จนตอนนี้ก็ยังสนิทสนมกลมเกลียวกันเหมือนเมื่อก่อน
“จ้ะ เดี๋ยวพุดบอกแม่ให้นะ” พุดกรองชะเง้อเข้าไปในเขตบ้านหลังข้าง ๆ เหมือนกำลังมองหาใคร “เอ วันนี้นุไม่อยู่เหรอคะป้า บ้านเงียบ ๆ พิกล”
“ออกไปซื้อของน่ะ เห็นว่าจะไปซื้อยาที่มหาวิทยาลัยหรือไงนี่ล่ะ แล้วคงจะอยู่คุยกับครูบาอาจารย์ของมันด้วยมั้ง คงจะกลับมาตอนเย็น ๆ เลยมั้ง พุดมีอะไรกับมันหรือเปล่า เดี๋ยวถ้ามันกลับมาป้าจะบอกให้”
“เปล่าจ้ะป้า พุดแค่ถามเฉย ๆ น่ะ เห็นแม่บอกว่าเก็บขนมของโปรดไว้ให้นุด้วย”
“แหม แล้วก็ไม่พ้นของกินอีกแล้วสินะ ให้กันไปให้กันมาอยู่อย่างนี้ อีกหน่อยยกลูกให้ซะเลยดีมั้ง” ป้านกพูดติดตลกทำเอาพุดกรองหัวเราะตามไปด้วย
“ไป ๆ รีบเอาแกงขึ้นบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวจะเย็นซะหมด”
“จ้ะป้า”
หมอหมากับยาใจ บทนำ
7:35 am Posted by อัญชา in : นวนิยาย , add a comment“เก็บข้าวของออกไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ผมไล่คุณออก !”
สิ้นเสียงตะโกน ช่อม่วงคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นพาดบ่า ไม่สนใจของใช้ส่วนตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน หล่อนแข็งใจเดินผ่านคนที่กำลังโมโหกระฟัดกระเฟียดโดยไม่มองหน้า
“ออกไปแล้วไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีกนะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณแล้ว !”
ช่อม่วงกำหมัดแน่น จากที่คิดว่าจะเดินจากไปเฉย ๆ ก็มีอันเปลี่ยนใจดื้อ ๆ หล่อนหันไปเผชิญหน้ากับผู้ชายหัวเถิกตัวอ้วนพุงป่องเหมือนกระปุกตั้งฉ่าย ฤทธิ์ฝ่ามือที่เธอฝากไว้ก่อนหน้านี้ไม่กี่นาที ยังปรากฏเป็นรอยสีแดงอยู่บนใบหน้า แถมยังขึ้นครบทั้งห้านิ้วเสียด้วย
“มองทำไม ! ไม่ออกไปดี ๆ ใช่ไหม งั้นชั้นจะเรียกยามมาลากแกออกไป !”
ยังไม่ทันที่ผู้จัดการจอมเจ้าชู้จะได้ขยับตัว ช่อม่วงก็สวนด้วยหมัดตรงเข้าที่ใบหน้าอย่างจังจนร่างนั้นเซถลาไปชนตู้เอกสารจนเกือบล้ม แรงกำปั้นทำให้เลือดกำเดาไหลจากจมูกผ่านริมฝีปาก เรื่อยลงไปถึงลำคอ พอเห็นเลือด มันก็แหกปากโวยวาย
“นี่แกกล้าทำร้ายชั้นเรอะ ชั้นเป็นผู้จัดการของที่นี่นะ ดีล่ะ ชั้นจะให้ตำรวจมาจับแกฐานทำร้ายร่างกาย !”
ช่อม่วงไม่สะทกสะท้าน ทำใจเย็น ค่อย ๆ หยิบของบางสิ่งออกมาจากกระเป๋า
“ก็ลองดูสิคะ ดูสิว่าตำรวจจะเชื่อคำพูดของใครมากกว่ากัน”
เครื่องอัดเสียงขนาดเล็กถูกชูให้เห็นชัด ๆ ผู้จัดการที่คิดไม่ซื่อกับพนักงานสาวถึงกับผวา ความลืมตัวกลัวความชั่วจะปรากฏ ทำให้มันตรงเข้าไปหมายจะแย่งของในมือช่อม่วง
“เอามานี่นะนังตัวแสบ !”
ทันทีที่ร่างนั้นโผเข้ามา ช่อม่วงก็เตะผ่าหมากทันที ส่งผลให้ผู้ชายตัวอ้วนกลมลงไปนอนร้องโอดโอยที่พื้น มือกุมของสำคัญ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอย่างสุดซึ้ง
จริงใจหรือฉาบฉวย August 3, 2008
9:52 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentเขียนเมื่อ 23 ก.ค. 2550
ชีวิตของฉันดำเนินไป
พร้อมกับการได้พบหน้าผู้คนมากมาย
บ้างได้พบปะ บ้างเพียงพูดคุยผ่านโปรแกรมสื่อสาร
ในทั้งหลายทั้งปวงของบุคคลที่ได้พบ
มีทั้งสิ่งที่คาดคิดและไม่เคยคาดคิด
บางที อาจเป็นฉันเองที่คาดหวังกับความสัมพันธ์ก็เป็นได้
ปรารถนามิตรภาพที่จริงใจ
จึงมอบความจริงใจให้
ทว่า มีหลายครั้งเช่นกัน
ที่สิ่งที่ฉันได้รับ -กลับไม่ใช่ความจริงใจ-
หากใครปรารถนาไมตรี
ย่อมต้องมอบไมตรีก่อน
หากบางครั้ง สิ่งที่ได้รับคือ -ความฉาบฉวย-
ฉันกำลังจะตัดใครอีกคนออกจากวงจรชีวิต
เมื่อความรู้สึกลึกๆ สัมผัสได้ว่า
-ใครคนนั้น- คบหาฉันเพียงหวังประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น
คำหวานหยอกเย้าทำให้ฉันหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้ง
เพราะใจสัมผัสถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลยความเป็นจริง
ในความเป็นจริงนั้น
ฉันกับเขารู้จักกันแค่เพียงไม่ถึงครึ่ง
แต่ใครคนนั้นแสดงตัวราวกับว่า รู้จักรู้ใจฉันดีแล้ว
ความอึดอัดก่อตัวขึ้นทีละน้อย
การแสดงออกทางถ้อยคำในระยะหลัง
ยิ่งทำให้ฉันแน่ใจ…
สิ่งที่มองดูคล้ายมิตรภาพ
แท้จริงก็แค่ความฉาบฉวย
ของผู้ที่คิดหวังจะตักตวงผลประโยชน์จากฉันเท่านั้น…
ฉันไม่รีรอที่จะปฏิเสธใครคนนี้
ไม่มีเหตุผลที่ฉันจะแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
และไม่มีเหตุผลที่ฉันจะต้องแกล้งเออออไปกับเขา
ไม่มีเหตุผลที่ต้องมอบความจริงใจให้กับคนที่ไม่จริงใจ
ในเมื่อยังมีใครอีกคนหลายคนที่ฉันควรใส่ใจมากกว่า
และใครอีกหลายคนนั้น…
มีความจริงใจให้แก่ฉันมากกว่าใครคนนี้หลายเท่าตัวนัก
การกระทำย่อมส่งเสียงได้ดังกว่าคำพูดหวานหู
จริงใจ ฉาบฉวย หรือแค่หวังผลบางอย่าง
ไม่ยากที่จะรู้…
ดวงตาแห่งความลึกลับ
9:49 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentเขียนเมื่อ 2 กันยายน 2548
ฉันรู้…
ในวันที่เมฆหมอกหม่นกระจายเต็มฟ้า
เธอจะยังอยู่ตรงนั้น…
ฉันรู้…
แม้ในวันที่ไม่มีใครเคียงข้าง
แต่เธอจะยังอยู่ตรงนั้น…
ฉันรู้…
ว่ายังมีสายตาอีกคู่หนึ่ง
คอยจับจ้องมองดูความเป็นไปของฉันอยู่เงียบ ๆ
ในที่อันลึกลับ ที่ฉันเองก็ไม่รู้จัก…
ฉันรู้…
ในวันที่ฝนพรำสาย ละอองน้ำจับกระจกจนพร่ามัว
แต่เธอจะยังอยู่ตรงนั้น…
คอยมองดูความเป็นไปของฉันจากที่ของเธอ
ในมุมที่ฉันมองเธอไม่เห็น…
แต่เธอจะเห็นความเคลื่อนไหวของฉันตลอดเวลา…
ดวงตาแห่งความลึกลับ
ที่ฉันเองยังไม่เคยมองเห็น…
คือความลึกลับเชิญชวนให้ค้นหา
คือความสงสัยที่แม้ฉันจะยังไม่เข้าใจ
แต่สิ่งที่เธอทำ…ดึงดูดความสนใจของฉันเสียแล้ว…
ฉันรู้เสมอ…ในมุมที่ฉันมองไม่เห็น
ยังมีใครอีกคนซ่อนตัวอยู่…
ไม่เคยมีถ้อยคำใดให้ฉันได้รับรู้
ว่าเธอรู้สึกต่อกันอย่างไร
มีเพียงรอยเท้าเลือนรางของการมาเยียนเท่านั้น…
…ที่บ่งบอกการมีตัวตนของเธอในชีวิตฉัน…
ดวงตาแห่งความลึกลับ
แววตาที่ซ่อนอยู่หลังเงามืด
ฉันไม่อาจรู้เลยว่า
ภายในดวงตาอันแสนลึกลับคู่นั้น บรรจุเอาสิ่งใดไว้
หรือเธอเพียงบังเอิญผ่านมาให้ฉันหลงดีใจเท่านั้น..
จิ๊กซอว์ : ทะเลในฝัน
9:44 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentเขียนเมื่อ 9 พ.ค. 46
จิ๊กซอว์…
กระดาษแข็งชิ้นเล็กๆ ที่มีความสำคัญในตัวเอง
ทุกครั้งที่ลงมือต่อภาพปริศนา
ฉันจะคัดแยกชิ้นส่วนเหล่านั้นออกเป็นหมวดหมู่
แบ่งตามสีสันและรูปร่าง
เริ่มจากมุมขอบไล่เรียงเข้ามาถึงใจกลางภาพ ทีละชิ้นๆ
ฉันค่อยๆ มองหาชิ้นส่วนที่ขาดหายไป
เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง แต่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาค้นหาชิ้นส่วนที่ขาดหายทีละชิ้น…
บางครั้งก็ใช้เวลาไม่นาน แต่บางครั้งก็กินเวลาเหลือหลาย
นึกโมโหตัวเอง ทำไมจึงหาส่วนที่หายไปไม่พบเสียที
แต่ฉันก็ยังคงค้นหาชิ้นส่วนเหล่านั้นต่อไป
ภาพท้องทะเลสีน้ำเงินค่อย ๆ ปรากฏตัวชัดขึ้นตรงหน้า
ระลอกคลื่นน้อยไหวพลิ้วสะท้อนเป็นเงาวาววับกับแสงจันทร์
ทะเลในฝันปรากฏโฉมขึ้นแล้ว…
ฉันเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความพอใจ
แต่ชิ้นส่วนสำคัญชิ้นสุดท้ายตรงใจกลางภาพขาดหายไป..
พยายามค้นหาสักเท่าไรก็ไม่พบ
ภาพทะเลสีครามตรงหน้าปรากฏขึ้น…
ฉันหลับตาลง นึกถึงชิ้นส่วนที่ขาดหายไป
พยายามเติมเต็มด้วยภาพในจินตนาการของฉัน
ทะเลกระดาษที่อยู่ตรงหน้า จึงถูกเติมเต็มด้วยภาพในใจ
ฉันหลับตาพริ้ม นึกภาพทะเลใต้เงาจันทร์ที่สมบูรณ์ไม่มีที่ติ
สมองค่อยๆ เก็บภาพความทรงจำอันสวยงามนั้นไว้ ทะเลในฝัน
ฉันค่อยๆ เปิดเปลืองตาขึ้น ภาพทะเลตรงหน้าฉัน ไม่เว้าแหว่งอีกต่อไปแล้ว
แต่มันได้ถูกเติมให้เต็มด้วยความอิ่มเอมที่มีอยู่ในใจของฉันเอง
ด้วยสิ่งที่ฉันมีอยู่ในตัวของฉัน
.
ทะเลในฝันของฉันสมบูรณ์แล้ว..
ผู้เฝ้ามอง
9:39 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentณ วันนี้ ฉันยังคงอยู่ในที่เดิม
ณ จุดจุดเดิมที่เคยยืน
สายตายังคงมองออกไปจากตรงนี้
ยังมองเห็นอะไรมากมาย
รับรู้เรื่องราวอะไรหลากหลาย
ฉันเป็นผู้เฝ้ามอง…
ฉันเคยมีสมุดบันทึกอยู่ 2 เล่ม
ในช่วงที่กำลังคลั่งไคล้บทกวีและการวาดภาพ
สมุดปกหนังสีน้ำตาลเล่มหนึ่งจดกลอนที่ตัวเองเขียน
หากมีเวลาว่างก็จะนั่งคิดกลอนไปเรื่อย ๆ
ดีบ้างไม่ดีบ้าง คละเคล้ากันไป..
ส่วนสมุดปกอ่อนอีกเล่มหนึ่ง
ไว้จดคำกลอนและคำคมที่ชอบ
ฉันรวมรวบผลงานของนักเขียนเอาไว้สมุดส่วนตัวมากมาย
แต่ไม่มีอันไหนที่จำได้ติดตาติดใจเท่าข้อความนี้
“ความรักไม่สามารถทำให้คนเป็นอะไรไปได้หรอก
คนเราต่างหาก ที่ทำให้ความรักเป็นไปต่าง ๆ นานา”
-ลอง เฟลโลว์-
นี่เป็นข้อความที่ฉันเคยจดลงในสมุดบันทึกเล่มนั้น
ข้อความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยปรัชญาลึกซึ้ง
คนเราสามารถทำให้ความรักเป็นไปได้ต่าง ๆ นานาจริงหรือ?
เมื่อเกิดข้อสงสัย ฉันจึงลองมองย้อนดู
มีใครบ้างไหมที่สามารถหลุดพ้นจากความรัก
ฤๅ จะมี?
ความรัก คือ ความรัก
ถ้อยคำที่เรียบง่าย ทว่าทรงพลัง
ความรู้สึกที่เกิดจากภายในมันมีพลังมากมายมหาศาล
บันดาลได้ทั้งสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน…
หากมีความยินดีในรัก คือ สมหวัง
หากร่ำไห้เศร้าโศกเสียใจ คือ ผิดหวัง
หากพยายามไขว้คว้าให้ได้มา คือ การเรียกร้องหาความรัก
หากไม่เชื่อมั่นในความรัก คือ สิ้นศรัทธาในความรัก
ความรักและความเมตตา คือ สิ่งที่ยังคงความเป็นมนุษย์ไว้
หากไร้ซึ่งสองสิ่งนี้แล้ว มนุษย์คงเป็นสิ่งมีชีวิต
ที่ยังคงความมีตัวตนเพียงเท่านั้น…
ความรัก คือ อารมณ์หนึ่ง ความรู้สึกหนึ่ง
ซึ่งเกิดขึ้นภายในใจมนุษย์
ฉันลองมองย้อนลงไป
ลองค้นหาความหมายของความรักที่งอกงามอยู่ในใจของตนเอง
ค้นหาความหมายของความรักที่งอกงามอยู่ในใจของใครคนอื่น
ค้นหาความหมายของการไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งความรัก…
มนุษย์เราสามารถเปลี่ยนแปลงไปได้หลายแบบ
เพราะความรู้สึกที่เรียกว่ารัก บันดาลให้เป็นเช่นนั้น..
แต่การกระทำใด ๆ นั้น จะไม่เกิดขึ้น
หากคนเราไม่พยายามไขว่คว้า หวงแหน ปกป้อง หรือรักษาไว้
หากความรู้สึกนี้ จะคงอยู่แค่เพียงภายในใจเท่านั้น
เราคงไม่มีวันได้เห็นอิทธิพลของความรักว่ายิ่งใหญ่เพียงใด
แต่ก็นั่นแหละ
ความรักก็คืออารมณ์หนึ่ง เป็นความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นมา
หากเราไม่พยายามทำอะไรกับมัน
ความรัก คงไม่สามารถทำให้เราเป็นอะไรต่อมิอะไรได้มากมายขนาดนั้น
ละครฉากใหญ่ August 2, 2008
8:26 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentเขียนเมื่อ 3 ต.ค. 2550
เรื่องราวที่เคยบอกเล่าแต่ครั้งนั้น…
ทำให้ฉันจำต้องวนเวียนอยู่กับวงจรชีวิตเดิม
เรื่องราวมากมายที่ตัวฉันเคยบอกเล่า
สร้างแรงศรัทธาและน้อมนำแรงใจจากใครหลายคนได้มากมาย
หลายคนเพียงรู้จักกันผ่านตัวหนังสือ
บางคนเคยพบสบหน้า
แต่ไม่มีเลยสักคนที่จะรู้จักตัวตนอันแท้จริงของฉัน…
ทุกเรื่องราวที่ฉันบอกกล่าว - - ล้วนบอกเล่าจากปากฉันเพียงผู้เดียว
สิ่งละอันพันละน้อยในชีวิต
ถ่ายทอดออกมาเป็นถ้อยคำ
ที่ทำให้ใครต่อใครประทับใจ
ทว่า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
และบางสิ่งก็มิเคยเกิดขึ้น
หากแต่ฉันบังอาจเอ่ยอ้างในสิ่งที่เกินขีดความสามารถของตน
เพียงเพราะหวังคำชื่นชม หวังใฝ่ในความหอมกรุ่นของมิตรภาพ
วาดหวังถึงความรักและศรัทธาจากคนทุกผู้ที่รู้จัก
ฉันอาจแต่งเรื่องเติมสีสันได้มากมาย
และใครเหล่านั้นก็ล้วนเชื่อในสิ่งปั้นแต่ง
ชีวิตจอมปลอมที่สร้างขึ้น ทรงพลังได้ดีกว่าเรื่องราวจากชีวิตจริง
ฉันเพียงเอื้อมมือไปสัมผัสส่วนลึกแห่งเสี้ยวอณูความรู้สึกของมนุษย์
จับความอ่อนไหวมาสร้างเป็นคำ
จับความสงสารมาสร้างเป็นเรื่องราว
จับความเห็นอกเห็นใจและความอ่อนแอแห่งสังขารมาเป็นเครื่องต่อรองความรู้สึก…
ฉันรู้…
คนทุกคนย่อมเก็บกลืนความอ่อนไหวไว้ภายใน
เพียงฉันสัมผัสให้ถึงความรู้สึกอันนั้นได้
ทุกตัวอักษรของฉันก็ควบคุมความรู้สึกของคนทุกผู้ที่ต้องการได้
หยดน้ำตา ความอ่อนล้า มรสุมชีวิตที่รุมเร้า
และความเข้มแข็งที่บอกกล่าวใคร-ใคร
คือสิ่งที่ฉันทำจนเจนจบ
ทุกสิ่งที่ฉันทำและทุกสิ่งในความเป็นจริงมักตรงข้ามกันเสมอ
แต่ใครล่ะจะจับผิดฉันได้
ใครล่ะ จะรู้เท่าทันเล่ห์กลปั้นแต่งสารพันของฉัน
ใครล่ะ จะรู้ว่าเรื่องใดจริงหรือไม่จริง
กระจกเงา August 1, 2008
11:02 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentหน้ากระจกเงาบานใหญ่…
สิ่งที่เห็น..เป็นเพียงใบหน้าของผู้เฝ้ามอง
เธอเห็นภาพที่สะท้อนอยู่ในนั้นจนเจนตา…
เธอเคยลองมองภาพรอบด้านของตัว
แต่เธอไม่สามารถมองเห็นตัวเองพร้อมกันได้
เธอพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า
ครั้งแล้วครั้งเล่า…
เพื่อจะมองตัวเองให้เห็นหมดทั้งตัว
ที่เธอทำได้ คือ เธอต้องค่อยๆ
หันตัวเองทีละด้าน ๆ
ค่อย ๆ มองดูรายละเอียดของตัวเอง
ทีละด้าน จนกระทั่งครบทั้งตัว
เธอยิ้มพอใจที่ได้เห็นภาพในกระจกบานใหญ่
เธอหันซ้ายหันขวาจนพอใจ
เธอได้รู้ได้เห็นในสิ่งที่ต้องการแล้ว
ครั้นพอมีเงาของใครคนหนึ่งมาทาบทับลงบนแผ่นกระจกเงานั่น
เธอพยายามที่จะมองให้เห็นทั้งสองด้านของเขา
แม้จะพยายามสักเท่าไหร่..
แต่ภาพที่เธอเห็นก็ยังคงเป็นด้านที่เขาต้องการให้เธอเห็น
เธอพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อจะมองดูจนถ้วนทั่ว
แต่จนแล้วจนรอด เธอก็ไม่อะไรมากไปกว่าเดิม
เขายังคงเป็นอยู่เช่นนั้นเปิดเผยกับเธอในด้านที่เขาต้องการให้เธอได้รับรู้…
เธอไม่ละความพยายาม
นั่น เธอทำสำเร็จแล้ว
เขายอมหันด้านที่เธอไม่เคยเห็นมาให้เธอได้รับรู้แล้ว…
เธอยิ้มอย่างดีใจ
คิดว่าเธอได้ขยับเข้าใกล้ตัวเขาได้มากขึ้นกว่าที่เคย
แต่เพียงไม่นาน..
นัยน์ตาคู่นั้นก็กลับหม่นหมองลงอีก…
เธอได้ค้นพบภายหลังว่า
สิ่งที่เธอลิงโลดดีใจที่ได้เห็นนั้น
แท้ที่จริงแล้ว มันเป็นเพียงสิ่งลวงที่ถูกสร้างขึ้น…
เธอเห็นทุกสิ่ง
ก็เฉพาะในสิ่งที่เขาต้องการให้เห็น…
ภาพที่เธอเห็นในกระจกเงาก็ยังคงเป็นเพียงด้านเดียวเท่านั้น
แต่เบื้องหลังกระจกบานใหญ่นั่น
มีอะไรซุกซ่อนอยู่บ้าง…
เธอ…ไม่เคยได้รู้เลย…
ฤาจะอ่อนไหวในบางเวลา
10:52 am Posted by อัญชา in : ความเรียง , add a commentบ่อยครั้งที่เราได้ยินได้ฟังเพลงเพื่อความบันเทิงใจ
บ่อยครั้งที่เราฟังเพื่อปลอบใจตัว
บ่อยครั้งที่เพลงบางเพลงอาจทำให้สองตาของเราหมองมัว
บ่อยครั้งที่เพลงอาจจะทำให้เราเสียใจ
รักอาจจะทำไห้เรามีความสุข
รักอาจจะทำให้เราระเริงใจ
รักอาจจะทำให้เรามองเห็นหนทางที่เราจะก้าวไป
รักอาจจะทำให้เราฮึกเหิมลำพอง
แต่รักก็อาจจะบันดาลความทุกข์มาให้
รักอาจจะทำให้ใจเราต้องหม่นหมอง
รักบางครั้งเราอาจจะไม่ได้ครอบครอง
รักบางครั้งอาจจะทำให้เราต้องร้าวรานใจ
รักเป็นได้หลายรูปแบบ
รักอาจจะบรรเลงเพลงแสนหวาน
รักอาจจะทำให้เราชื่นบาน
แต่รักก็ยังทำให้เราได้ทุกข์
มีกวีท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า
ความรักไม่ทำให้เราเป็นอะไรไปได้หรอก
เราเองต่างหากทำให้ความรักเป็นไปได้ต่าง ๆนานา
ความรักทำให้เป็นได้ทั้งสุขและทุกข์
แต่ถ้าเราทุกข์นั่นก็เป็นเพราะเราหลงในความรักมากจนลืมตัว
เราเพลิดเพลินกับความหอมหวานจนลืมเตรียมใจ
จนเราไม่ได้เผื่อใจไว้สำหรับความผิดหวัง
หากรักแล้วเราคงต้องเผื่อใจสำหรับความผิดหวังไว้บ้าง
ชีวิตไม่มีอะไรราบรื่นเสมอไป>
บางครั้งเราอาจจะต้องผ่านพายุร้ายและคลื่นลมแรง
แล้วเราล่ะพร้อมรับมือกับมันแล้วหรือยัง
นิยาย เรื่องราว July 19, 2008
10:29 pm Posted by อัญชา in : เรื่องสั้น , 1 comment so farเรื่องที่กำลังเขียน