สายลมหนาวที่พัดจากขุนเขาแสนไกล
จะละลายลมทะเลร้อนแสนร้อนได้หรือเปล่า
ฉันพร่ำแต่เฝ้าถามถึงดินฟ้าอากาศ
ไม่เคยเฉียดใกล้ความในใจที่อยากบอกสักครั้ง
คำถามที่น่าเบื่อ ที่สุดแล้ว คำตอบที่ได้ก็คงน่าเบื่อพอกัน

คืนนี้นอนไม่หลับ ( อีกแล้ว )
เศร้าไหม เปล่านะ ฉันไม่ได้เศร้า
เพียงแค่เหงานิดหน่อย
เป็นเพราะฉันเองตัดสินอะไรง่ายดาย
ความใส่ใจแค่ไม่กี่ครั้ง
ไม่เคยแปลงร่างกลายเป็นความเคยชินได้
ทั้งที่รู้
ก็ยังวาดหวัง

ใครคนหนึ่งของฉัน
อีกฟากฝั่งไกลแสนไกล
ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แต่ฉันยังหวัง ยังฝัน
เราจะมองเห็นกันได้ด้วยใจ

ฝันอีกแล้ว

ในค่ำคืนนี้
ที่อยู่คนเดียว

ที่ทำได้แค่…คิดถึง
 

passing…

ฤดูกาล
ผันเปลี่ยนเวียนไปอย่างนั้น
ความเหงาก็คงไม่ต่างกัน
หมุนเวียนเปลี่ยนไป
แต่ไม่เคยจะจากไปไหนไกล
สุดท้ายก็กลับมาที่เดิม

ว่ากันว่าความเหงาพัดผ่านมากับลมหนาว
แต่ฉันว่า
ไม่เกี่ยวกับลมหนาว…ที่ผ่านพัดนั่น
เถ้าของความทรงจำอันแสนสุข
ที่หลุดลอยไปต่างหาก
คือที่มา…

รอยยิ้ม…เสียงหัวเราะ
ที่เป็นของเรา
จะอีกนานไหม
ที่จะได้จับต้องอีกครั้ง

 

วันนี้ก็เป็นอีกเสาร์หนึ่ง
ที่คิดถึง คิดถึง และคิดถึง
ใครสักคนหนึ่ง

ที่กำลังจะกลายเป็นเถ้าแห่งความทรงจำ

 

 

1.

เจ้าตัวความเหงาที่แสนจะขี้เซา
ถูกเจ้าตะวันจอมกวนปลุกให้ตื่นแต่เช้า
หมอกขาวลอยเรื่อยมาทักทาย
นานแค่ไหนแล้ว …ที่เราไม่เจอกัน
นานแค่ไหนแล้วที่ความเหงา…ถูกหลงลืมไป
นานแค่ไหนกัน …

ไมนานเท่าไหร่..เลย

 

2.

เช้าวันเสาร์…
เหงา ฉันเหงา
ไม่เกี่ยวกับวันเสาร์
วันไหนฉันก็จะเหงา

แต่วันนี้วันเสาร์
ฉันคงเหงาทั้งวัน..

 

3.

สายลมแห่งความคิดถึง
ช่วยพัดผ่านไปบอกใครคนนั้น
บอกว่าฉันเหงา ฉันเศร้า
เช้าวันเสาร์ของฉันไม่เหมือนเดิม …
เพราะเขา …เพราะเขา

 

ความบังเอิญระหว่างคน 2 คน
จะเป็นเรื่องราวบังเอิญ…หรือมากกว่านั้น
ก็ขึ้นอยู่กับคน 2 คน

ระหว่างเรา

แค่ตัวอักษร
แค่น้ำเสียง
ที่ส่งผ่านฟ้ากว้างมาถึงกัน

จะกลั่นตัวออกมาเป็นความรู้สึกที่มากกว่าความบังเอิญนั้นได้ไหม

ได้หรือเปล่า ?

 

คำถามบางคำถามแม้จะต้องการคำตอบมากแค่ไหน
แต่ก็ไม่เคยได้เอื้อนเอ่ยถามไป

คำตอบจึงลอยอยู่ใน…สายลม

 

จงให้ความพิเศษ เป็นชีวิต  ชีวา

เป็นแววตาที่แจ่มใส

เป็นความห่วงใยที่เมื่อนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้

ไม่วิ่งหนีไม่วิ่งตาม

ไม่หักห้ามแต่ไม่กระโจนใส่

ไม่เป็นน้ำตาลที่หวานอ่อนไหว

แต่เป็นความอบอุ่นในหัวใจ และ เอื้ออาทร ..

 

เป็นความเรียงบทหนึ่งที่ชอบมาก

ไปเจอไหนหนังสือเล่มใดเล่มหนึ่งของพี่ปราย

และก็เขียนติดไว้ในหนังสือเล่มโปรด missing a piece

 

คนพิเศษ….

แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาที่คนธรรมดาเขาทำกัน

แต่เมื่อเราได้รับจากคนพิเศษคนนั้น

ทุกครั้งเราก็ตีความหมายของความธรรมดาเป็นความพิเศษในทุกครั้งไป

 

และนั่นก็คงเป็นเหตุที่ทำให้หัวใจบอบช้ำอยู่ร่ำไป

เพราะตีความหมายความพิเศษผิดไป

เราเป็นแค่ใครคนหนึ่งที่แสนจะธรรมดา

ไม่ได้พิเศษสำหรับเขา…อย่างที่คาดหวังไว้

แด่ เด็กหญิงที่มาจากดาวอังคาร และ เด็กชายที่มาจากดาวเสาร์

 

  ลุงว่า…ความสัมพันธ์ของเด็กหญิงกับเด็กชายที่มาจากดาวคนละดวงกันนี้

จะมีจริงไหม ในโลกกลม กลม ที่วันหนึ่งๆกลิ้งรอบตัวเองอยู่อย่างนี้ …

แล้ว ระยะทางที่ห่างกันหลายร้อยปีแสง นานแค่ไหนกันที่เด็กหญิงกับเด็กชายจะเดินทางมาพบกันได้.

..แล้วจะมีนิทานของดวงดาวเรื่องไหนกัน ที่จะบอกเล่าเรื่องราวนี้ ….

 โปสการ์ดจากบ้านบนเขา
ในวันที่สายลมร้อนเดือนเมษาพัดผ่าน

 

แรงดึงดูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เราโคจรมาพบกัน 
ดาวของฉันที่เธอไม่เคยคุ้น
ดาวของเธอที่ฉันไม่เคยสัมผัส
วงโคจรของเราที่บังเอิญมาตรงกัน
เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นแสนสั้น
ท่ามกลางดาวมากมายเกลือนกลาดฟ้า

นิทานของดวงดาว..เริ่มต้นแล้ว
แล้วจะจบลงอย่างไร

no season no reason

เรื่องราวบางเรื่องราว

อยู่ในจินตนาการที่ไม่มีเหตุผล

ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความรู้สึก

ที่อยู่ข้างในนี้

 

 

 

 

 

 

สายฝนพัดผ่านมาเพื่อจะจากไป

ลมหนาวกำลังจะมาเยือน

ฤดูกาลกำลังจะเปลี่ยน

เหมือนอะไรข้างในนั้น….

ทำใจ…ก็คงจะทำใจ

ยินดีที่จะเปียกปอนจากฝนน้ำตา

 

 

ท่ามกลางฤดูกาลที่เปลี่ยนผัน

ขอบคุณที่พัดผ่านมา

ลมฝนฤดูร้อน

 

ที่กำลังจะจากไปเมื่อลมหนาวมาเยือน

when the raining
miss you
want to kiss the rain.

 
ทุกครั้งที่เม็ดฝนหล่นร่วงกระทบเงาเหงา
ความเศร้าก็มาเยือนอยู่เรื่อยไป
บ่อยครั้งที่ฉันร่ำไห้ไปกับสายฝน
บ่อยครั้งไปที่น้ำตาฉัน น้ำตาฟ้า ไหลรินเรื่อยมาพร้อมกัน

หากม่านเม็ดฝนที่พร่างพรำในค่ำคืนหนึ่งนี้
งดงามในความมืดมิด
สวยงามนักในความรู้สึก

เพียงยินเสียงเม็ดฝนหล่นร่วงกระทบดิน
เพียงรู้สึกถึงกลิ่นอายดินที่หอมกรุ่น
เพียงวูบหนึ่งของสายลมที่พริ้วผ่าน

เพียงคิดถึงคุณ…
เพียงได้ยินเสียงคุณในวันฝนพรำ
ข้างในนี้…
ช่างฉ่ำหวาน  ฉ่ำเย็น

 

29 มีนาคม 2551
12.10 น.

” สวัสดีครับป้า
ตื่นหรือยังเนี่ย
เที่ยงแล้ว ทานข้าวได้แล้วค่ะ ”

ข้อความจากคุณที่ส่งมาพร้อมกันกับที่ฉันส่งออกไป

” เที่ยงแล้วค่ะ ทานไรยังคะ ”

และอีกข้อความจากคุณ
” 555 sms ช้ากว่านิดเดียวเองนะเนี่ยะ ”

ข้อความเล็ก เล็ก ที่เราสื่อถึงกัน
ในวันแรกที่เรารู้จักกันมากกว่าที่เคยรู้จัก
เป็นอะไรที่พิเศษที่สุดแล้วสำหรับฉัน

เรื่องราวเล็กน้อย ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา
ฉันไม่เคยลืม

ความคิดถึงที่กลั่นออกมาจากตัวอักษร
ความห่วงใยที่กรองออกมาจากคำพูด
และ

เหล่านี้  คือ  คุณ

คุณที่เป็นเหมือนสายฝนในฤดูร้อน
สายฝนเย็นฉ่ำที่พัดพาความเหงาเงียบในใจให้จางไป

ขอบคุณนะคะ
ขอบคุณ ที่ผ่านมา
และทำให้รู้ว่า… โลกนี้ยังไม่ไร้ซึ่งความรัก

 

 

 

ท่วงทำนองแห่งเกลียวคลื่นของคุณ
บทเพลงแห่งขุนเขาของฉัน

ไกลกันแค่ฝั่งฟ้ากับขอบน้ำ

เสียงสายลมที่กระทบใบไม้
เสียงคลื่นทะเลที่สาดซัดหาดทรายขาว
เมื่อไหร่กันนะ …ที่จะรวมเป็นบทเพลงเดียวกัน

 

ในวันนี้
ที่ฉันยิ้มกับท้องฟ้า กับสายลม
เพียงเพราะอยากส่งความสุขนี้ให้ไปถึงคุณ

ฉันก็แค่หวังวาดไว้ในน้ำเสียงที่บอกคุณไป
ความคิดถึง และ เป็นห่วงนั้น
คุณรับและรู้สึกถึงมัน

 

 

ไกลกันแค่คนละฝั่งฟ้า

ไม่อาจมองเห็นหน้าในทุกวัน

ฉันแค่อยากได้ความมั่นใจ

ในทุกถ้อยคำที่คุณส่งมา….

 

ว่า

คิดถึง… ไม่ต่างกัน